DETARIN คืออะไร? ส่วนประกอบ การใช้ และข้อควรทราบสำหรับผู้บริโภค
Detarin เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบแคปซูลที่มีส่วนประกอบจากสารสกัดจากพืชหลายชนิด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพและการทำงานตามปกติของระบบทางเดินอาหาร อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา และไม่ควรใช้ทดแทนการวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์ การรับประทานควรเป็นไปตามคำแนะนำบนฉลาก และผู้ที่มีโรคประจำตัว รับประทานยาเป็นประจำ หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเหมาะสมในการใช้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน
Detarin คืออะไร?
Detarin เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบแคปซูล มีส่วนประกอบจากสารสกัดจากพืชหลายชนิด ได้แก่ ขิง กระเทียม ขมิ้น อาร์ติโชค และมะขามป้อม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพและการทำงานตามปกติของระบบทางเดินอาหาร
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการวินิจฉัย ป้องกัน หรือรักษาโรค
ส่วนประกอบสำคัญ
Detarin มีสารสกัดจากพืช 5 ชนิดต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ได้แก่
- สารสกัดขิง 100 มก.
- สารสกัดกระเทียม 100 มก.
- สารสกัดขมิ้น 80 มก.
- สารสกัดอาร์ติโชค 80 มก.
- สารสกัดมะขามป้อม 50 มก.
ส่วนประกอบดังกล่าวเป็นสารสกัดจากพืชที่นำมาใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควรใช้ตามคำแนะนำบนฉลาก และไม่ควรใช้ทดแทนการรักษาทางการแพทย์
มาตรฐานการผลิตและข้อมูลผลิตภัณฑ์
Detarin ผลิตโดยบริษัท Specialty Innovation โดยโรงงานผลิตตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ ประเทศไทย
ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิตดำเนินการภายใต้มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ GMP, HACCP, ISO 22000, FSSC 22000 และ Halal
ผลิตภัณฑ์มีเลขสารบบอาหารจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย
เลขสารบบอาหาร: 11-1-13958-5-0720
วิธีรับประทาน
รับประทานวันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 แคปซูล พร้อมน้ำเปล่า หรือตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์
รูปแบบแคปซูลช่วยให้สะดวกต่อการรับประทานและการจัดเก็บ โดยควรเก็บรักษาตามเงื่อนไขที่ระบุบนฉลาก
ราคา
ราคาจำหน่ายที่ระบุสำหรับผลิตภัณฑ์คือ 990 บาทต่อกล่อง (20 แคปซูล)
ข้อมูลราคาและช่องทางการจำหน่ายอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบกับผู้จำหน่ายหรือเว็บไซต์ทางการของผลิตภัณฑ์ก่อนสั่งซื้อ
ข้อควรทราบ
Detarin เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่สามารถใช้ทดแทนอาหารหลักหรือการรักษาที่แพทย์แนะนำได้
ผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้ที่รับประทานยาเป็นประจำ ผู้ที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร หรือผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน
หากมีอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหารที่เป็นต่อเนื่อง รุนแรง หรือมีอาการที่น่าเป็นห่วง ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อทดแทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษา
